จากการที่ อ.ปากชม จ.เลย ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนมีแม่น้ำโขงเป็นพรมแดนกั้นระหว่าง สปป.ลาว-ไทย เขตทุรกันดารในอดีต ที่การเดินทางลำบากไปมายากลำบาก จึงมีปัญหาด้านการปกครอง จนเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 กระทรวงมหาดไทย ได้ออกพระรากฤษฎีกายกฐานกิ่งอำเภอปากชมขึ้นเป็นอำเภอปากชม มีอาณาเขตติด สาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) มีแม่น้ำโขงกั้นพรมแดน ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอปากชม ห่างจากศาลากลางจังหวัดเลย ระยะทาง 92 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานคร 612 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมด 945 ตารางกิโลเมตร มีคำขวัญประจำอำเภอ
ส.อ.เชษฐา ขาวประเสริฐ นายอำเภอปากชมคนปัจจุบัน กล่าวว่า อำเภอปากชมมีพื้นที่ติดชายแดนไทย-ลาว ตามแนวลำน้ำโขงระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร มีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีอากาศบริสุทธิ์มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ใช้เส้นทางรถยนต์จากจังหวัดหนองคาย ไปเที่ยวที่อำเภอเชียงคาน สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตติดอับดับต้นๆของประเทศ แต่ไม่เคยแวะเที่ยวอำเภอปากชม เป็นได้แค่เพียงทางผ่าน ทำให้อำเภอปากชมเสียโอกาส สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวมากว่า 40 ปี ทั้งที่มีแหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิวริมแม่น้ำโขง ที่สวยที่สุดที่บริเวณสวนสันติประชาอาสา ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอปากชม บ้านปากชม ต.ปากชม อ.ปากชม มีทิวทัศน์สวยงาม เห็นเกาะแก่งตามลำน้ำโขง ผ่านตำบลปากชม ห้วยพิชัย และหาดคัมภีร์ ตลอดระยะทางตามแนวชายแดนกว่า 52 กิโลเมตร
นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในหลายตำบล อาทิ วัดดอยเสด็จ บ้านชมเจริญ หมู่ที่ 1 ต.ปากชม, วัดถ้ำแสงธรรมพรหมาวาส บ้านแก่งปลาปก หมู่ที่ 6 ต.ชมเจริญ, จุดชมวิวภูหอ บ้านปากชม หมู่ที่ 1 ต.ปากชม, บ้านหาดเบี้ย หมู่ที่ 7 ต.ปากชม,ภูพระนอน บ้านเหมืองทอง หมู่ที่ 9 ต.เชียงกลม, แก่งจันทร์ บ้านหาดคัมภีร์ หมู่ที่ 1 ต.หาดคัมภีร์, ภูฝากดาว บ้านห้วยขอบ หมู่ที่ 3 ต.หาดคัมภีร์,ภูผาผึ้ง บ้านห้วยบ่อซืน หมู่ที่ 1 ต.ห้วยบ่อซืน ,ภูลำดวน หมู่ 1 ต.ปากชม ฯลฯ
เมื่อปลายปีพ.ศ.2559 มีวาระการประชุมประจำเดือน ส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิอำเภอปากชม มีความเห็นว่าอำเภอปากชม ถึงแม้จะมีตำนาน เมืองนครหงษ์ แต่มีอาณาเขตติดแม่น้ำโขงน่าจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาคบ้าง ประกอบกับอำเภอปากชมมีศาลพญานาคที่ประชาชนได้มาสักการบูชาเป็นประจำอยู่แล้ว จึงควรสร้างประติมากรรมพญานาคขนาดใหญ่ไว้คู่กัน เนื่องจากมีตำนานที่เชื่อมโยงกันระหว่างพญานาคกับพญาครุฑ ที่มีความเกี่ยวพันกันมาในอดีตจากคติความเชื่อจนถึงปัจจุบัน จนเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2560 นายคุมพล บรรเทาทุกข์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย (ในขณะนั้น ปัจจุบันเกษียณอายุ) พร้อมด้วยนายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย (ขณะนั้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด) และคณะได้เดินทางมาอำเภอปากชม เพื่อสำรวจพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดเลย นายอำเภอปากชม ได้บรรยายสรุปการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ อำเภอปากชม
โดยได้กล่าวถึงแนวคิดในการก่อสร้างประติมากรรมพญานาคให้คณะได้รับทราบ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งตามคติความเชื่อ พราหมณ์เชื่อว่า พญาอนันตนาคราช เป็นพระราชพาหนะคู่พระบารมีของ “พระนารายณ์” ที่ได้อวตารลงมาเป็นพระมหากษัตริย์ เปรียบเสมือนเป็นพระราชพาหนะของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
การก่อสร้างประติมากรรม พญาอนันตนาคาธิบดี วัตถุประสงค์สำคัญประการหนึ่งคือ เพื่อเทิดพระเกียรติสถานบันพระมหากษัตริย์ ของราชอาณาจักรไทย ซึ่งธำรงสืบราชวงศ์มายาวนาน และเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงสัญลักษณ์ เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับราษฎรในพื้นที่ มีเงินทุนหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรดีขึ้น ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งนำมาจัดตั้งเป็นกองทุน ฯเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณ เช่น การช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ผู้ยากจน ผู้ป่วยอนาถา นักเรียน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตราษฎรทั่วไป จากนั้นได้ลงพื้นที่สำรวจริมแม่น้ำโขง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้สนับสนุนแนวคิดของนายอำเภอปากชม โดยช่วยผลักดันของบประมาณกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน งบประมาณปีพ.ศ. 2561 จำนวน 49,005,000 บาท ตามโครงการยกระดับการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมครบวงจร กิจกรรม และงบพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจุดชมวิวลุ่มน้ำโขง – ลำน้ำชม ที่บ้านหาดเบี้ย หมู่ 7 ต.ปากชม ได้โครงการพัฒนาชมวิว ร้อยแปดพันเกาะอีก 40 ล้านบาท ซึ่งสามารถเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะจอดท่องเที่ยวอำเภอปากชม สามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ไปยังจังหวัดใกล้เคียงตลอดจนด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมล้านช้าง ไทย-สปป.ลาว ได้อย่างดี
การก่อสร้างประติมากรรมพญานาค 9 เศียร หล่อด้วยโลหะบรอนซ์ใหญ่ที่สุดในประเทศ ความสูง 18.9 เมตร สูง 9.9 เมตร ให้เป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอำเภอปากชม “พญาอนันตนาคาธิบดี” ดำเนินการก่อสร้างโดย บริษัท อ.อัครวิทย์ กรุ๊ป จำกัด เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2561– 20 มกราคม 2561 กำหนดจัดพิธีเปิด”พญาอนันตนาคราช 9 เศียร" และเปิดการท่องเที่ยวเมืองปากชมอย่างเต็มรูปแบบในเดือน พ.ค.62 นี้
นายอำเภอปากชมยังกล่าวอีกด้วยว่า "ตลอดปี 2560 ชาวอำเภอได้กำหนดยุทธศาสตร์อำเภอ จากความเห็นชอบของชาวอำเภอทุกคน โดยทางอำเภอได้ออกไปโน้มน้าวทุกหมู่บ้านทุกตำบลว่า เราต้องช่วยตัวเองก่อนด้วยการจดทะเบียน "วิสาหกิจชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวและพัฒนาอำเภอปากชม" ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ไม่ใช่นายอำเภอหรือองค์กรปกครองท้องถิ่น แม้จะมีการเปลี่ยนตัวนายอำเภอ หรือ นายกท้องถิ่น แต่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ยังอยู่ โดยชุมชนชาวปากชมเองทั้งสิ้น ร่วมกันเป็นเครือข่ายรับผิดชอบดูแลปฎิมากรรมพญานาค หล่อเลี้ยงวิสาหกิจชุมชนแต่ละหมู่บ้าน เพท่อความยั่งยืนสืบไป"