
วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเลย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานการขับเคลื่อนการพัฒนากาแฟจังหวัดเลย ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายธัชชัย ศุกระกาญจน์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเลย ดร.ณัฏฐพล ศรีพันธุ์ พัฒนาการจังหวัดเลย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ประธานคลัสเตอร์กาแฟจังหวัดเลย ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นตามดำริของผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากาแฟจังหวัดเลยอย่างเป็นระบบ โดยได้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน 3 ระดับ ได้แก่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกันตามบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน
จากรายงานสถานการณ์กาแฟจังหวัดเลย พบว่า จังหวัดเลยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟคุณภาพสูงอย่างรวดเร็ว โดยตลาดมีความต้องการเมล็ดกาแฟประมาณ 1,700 ตันต่อปี ขณะที่ปัจจุบันสามารถผลิตได้เพียง 400–550 ตันต่อปี ส่งผลให้ยังมีช่องว่างทางการตลาดจำนวนมาก และสะท้อนศักยภาพในการขยายการผลิตในอนาคต ทั้งยังมีมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 25 ต่อปี
จังหวัดเลยมีความโดดเด่นด้านภูมิประเทศที่เหมาะสมต่อการปลูกกาแฟทั้งสายพันธุ์อราบิก้าในพื้นที่สูง และโรบัสต้าในพื้นที่ราบและพื้นที่สูงปานกลาง โดยเฉพาะกาแฟ Fine Robusta ที่เริ่มได้รับรางวัลและการยอมรับในระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการพัฒนาต่อยอดสู่ “การท่องเที่ยวเชิงกาแฟ” เพื่อสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่
ในที่ประชุม กลุ่มคลัสเตอร์กาแฟจังหวัดเลยได้สะท้อนความต้องการสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟอย่างครบวงจร อาทิ การพัฒนาบุคลากรกาแฟคุณภาพ เช่น Q Grader และ Q Process การจัดตั้งศูนย์กลางหรือ Hub กาแฟและโรงคั่วมาตรฐานกลาง การจัดประกวดเมล็ดกาแฟอย่างต่อเนื่อง การยกระดับการประชาสัมพันธ์และสร้าง Storytelling ของกาแฟแต่ละพื้นที่ ตลอดจนการสนับสนุนเกษตรกรรายใหม่และจัดทำแปลงเรียนรู้ต้นแบบในพื้นที่สำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้พัฒนา “วิชาลัยกาแฟ” ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ของจังหวัด สนับสนุนงานวิจัยกาแฟแบบครบวงจร และจัดทำความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อยกระดับ “กาแฟเลย” ให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและสากล
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยได้มอบหมายให้คณะทำงานทั้ง 3 ระดับ เร่งจัดทำแผนดำเนินงานหลักภายใต้กรอบความรับผิดชอบของแต่ละด้าน พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกัน เพื่อใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนากาแฟจังหวัดเลยอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
จังหวัดเลยตั้งเป้าผลักดัน “กาแฟเลย” ให้ก้าวสู่การเป็นสินค้าเศรษฐกิจมูลค่าสูง ควบคู่การพัฒนาเกษตรยั่งยืน การสร้างอาชีพให้ชุมชน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว สู่การเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตกาแฟคุณภาพสำคัญของประเทศไทยในอนาคต